ดูเหมือนว่าพายุราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กำลังจะเคลื่อนตัวมาถึงชายคาของ Apple แล้ว เมื่อมีรายงานว่า Apple อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าในเร็วๆ นี้ ซึ่งสาเหตุหลักไม่ได้มาจากนวัตกรรมใหม่ที่ซับซ้อน แต่มาจากปัญหาคลาสสิกอย่าง ‘ต้นทุนหน่วยความจำ’ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือลอยๆ แต่เป็นการส่งสัญญาณจากปากของ Tim Cook ซีอีโอของ Apple เองที่ได้ให้สัมภาษณ์ล่าสุด แม้ว่าที่ผ่านมา Apple จะขึ้นชื่อเรื่องการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่ยอดเยี่ยมและมีอำนาจต่อรองสูง แต่ดูเหมือนว่าวิกฤตการณ์ราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งทะยานในตลาดโลกครั้งนี้จะรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะต้านทานไหว ทำให้สถานการณ์นี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกแบรนด์ต้องเผชิญหน้าไม่ต่างกัน
เจาะลึกลงไปในต้นตอของปัญหาจะพบว่านี่คือผลพวงจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลกอย่างรุนแรง หลังจากช่วงที่ราคาตกต่ำ ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Samsung, SK Hynix หรือ Micron ต่างลดกำลังการผลิตลง แต่ในทางกลับกัน ความต้องการชิปกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมีตัวเร่งสำคัญคือ กระแส AI ที่ทำให้เหล่า Data Center และผู้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่าง HBM (High-Bandwidth Memory) และ DRAM ความจุสูงเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งทรัพยากรการผลิตเหล่านี้คือทรัพยากรเดียวกับที่ใช้ผลิตชิป RAM และ NAND Flash สำหรับสมาร์ทโฟน เมื่อกำลังการผลิตถูกเบนไปที่ตลาดองค์กรที่ให้ราคาสูงกว่า ต้นทุนของชิปสำหรับผู้บริโภคทั่วไปจึงถีบตัวสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
ในขณะเดียวกับ HUAWEI ก็เตรียมแก้เกมนี้แล้วด้วยการออกแบบแรมเองในชื่อ LLW DRAM
ดังนั้นการปรับขึ้นราคาสินค้าของ Apple โดยเฉพาะ iPhone 18 จึงเป็นภาพสะท้อนของความเป็นจริงในตลาดซัพพลายเชนโลกที่กำลังปั่นป่วน ผู้บริโภคอย่างเราคงต้องเตรียมใจยอมรับว่ายุคของอุปกรณ์เทคโนโลยีราคานิ่งๆ อาจกำลังจะสิ้นสุดลง และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของระลอกคลื่นราคาลูกใหม่ที่กำลังจะมาถึง
ที่มา: Huawei Central








