ตอนเด็กๆ หลายคนดู Spider-Man 3 แล้วอยากได้สเกตบอร์ดบินได้ของ New Goblin บ้าง แต่ 宋兴宇 (ซ่ง ซิงอวี่) หนุ่มวัย 26 จากอำเภอปาตง มณฑลหูเป่ย์ ทำมันขึ้นมาจริง แล้วยืนบินข้ามแม่น้ำแยงซี ลัดเลาะถนนในเมือง และเหินผ่านหุบเขาให้ดูกันจนคลิปมียอดไลก์บน Douyin กว่า 4 ล้าน
ยิ่งคลิปดังก็ยิ่งมีคนบอกว่าเป็นภาพ AI บ้าง ว่าบินเองไม่ได้ต้องมีคนบนพื้นช่วยรีโมตบ้าง จนวันที่ 22 ตุลาคม 2026 เขาต้องพาสเกตบอร์ดไปบินโชว์ในโรงงานแห่งหนึ่งที่เมืองอี๋ชาง ต่อหน้านักข่าว Jimu News และสื่ออื่นๆ ทั้งลอยตัวนิ่ง เลี้ยว บินไปข้างหน้า แล้วออกไปบินระยะไกลขึ้นนอกตัวอาคารอีกรอบ
รุ่นแรกใช้เครื่องยนต์ไอพ่น จนไฟลุก
ซ่ง ซิงอวี่ ใช้ชื่อบนโซเชียลว่า 神奇阿宇 (อาอวี่มหัศจรรย์) เขาเลิกเรียนตั้งแต่อายุ 14 ไปช่วยงานโรงไม้ของพ่อ แล้วเรียนวิศวกรรมเองทั้งหมด ห้องแล็บของเขาคือโรงไม้เก่าของพ่อที่รีโนเวตเองทั้งหลัง
สเกตบอร์ดรุ่นแรกใช้เครื่องยนต์ไอพ่นขนาดเล็ก 5 ตัว แรงพอจะยกผู้ใหญ่ได้ 3 คน แต่ตอนทดสอบประกอบเต็มระบบครั้งแรก เครื่องยนต์ระเบิดไฟลุก สายน้ำมันและสายไฟไหม้หมด Hubei Daily เล่าว่าเขาเอาข้อมูลการทดสอบไปให้ AI agent ช่วยวิเคราะห์ จนเจอต้นเหตุว่าเครื่องยนต์วางชิดกันเกินไป ไอเสียร้อนที่สะท้อนจากพื้นถูกดูดกลับเข้าช่องรับอากาศ AI ยังแนะนำให้เลิกใช้ไอพ่นแล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบไฟฟ้าแทน

ใบพัด 10 ชุด แรงขับ 300 กิโลกรัม
เวอร์ชัน 2.0 ใช้เวลาสร้างราวสองเดือน ใต้แผ่นบอร์ดเป็นชุดมอเตอร์ไร้แปรงถ่านกำลังสูง 10 ชุด แบบเดียวกับโดรนขนาดใหญ่ กระแสไฟสูงสุดรวม 2,000 แอมแปร์ เขาบอกกับ Jimu News ว่าแรงขับรวมราว 300 กิโลกรัม ออกแบบมาสำหรับน้ำหนักตัวเขาเอง 70 กิโลกรัม อัตราส่วนแรงขับต่อน้ำหนักเกิน 2 เกือบถึง 3 เท่า ตอนบินถ่ายคลิปจริงเขาไม่เคยเร่งคันเร่งเกิน 40% เลย ถ้าคนหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป ตัวโครงอาจรับไม่ไหวต้องออกแบบใหม่
รุ่นนี้บินได้นานราว 16 นาที ข้อจำกัดใหญ่อยู่ที่แบตเตอรี่ซึ่งจ่ายไฟได้แค่ระดับ 25C แบตที่จ่ายไฟแรงกว่านี้จะเก็บพลังงานได้น้อยลง เขาเลยกำลังร่วมพัฒนาแบตเฉพาะทางกับแบรนด์แบตเตอรี่จีนรายหนึ่ง เพื่อให้ได้ทั้งกำลังจ่ายสูงและความจุพอ

บังคับด้วยร่างกาย มี AI คอยกระซิบผ่านหูฟัง
จุดที่หลายคนสงสัยที่สุดคือบังคับยังไง คำตอบของเขาคือในมือมีรีโมตสองตัว ตัวหนึ่งเป็นคันเร่งที่ทำเองไว้คุมรอบมอเตอร์ทั้ง 10 ชุด อีกตัวเป็นรีโมตสำเร็จรูปราคาร้อยกว่าหยวนที่ใช้แค่เลี้ยว ส่วนชิปควบคุมการบินไม่ได้ช่วยทรงตัวเลย การบังคับจริงอาศัยการเอนตัวไปหน้าไปหลังคล้ายเล่นสเกตบอร์ด สกี หรือเซิร์ฟ
เขาบอกว่าข้อกล่าวหาเรื่องมีคนรีโมตจากพื้นเป็นไปไม่ได้ เพราะร่างกายคนยืดหยุ่น ถ้าระบบบินอัตโนมัติหรือคนข้างล่างเข้ามาช่วยคุมพร้อมกัน จะเกิดการสั่นที่ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคุมไม่อยู่
ตัวช่วยที่น่าสนใจคือระบบฝึกบินที่เขาทำจากมือถือสองเครื่อง ระบบนี้อ่านค่าไจโรบนบอร์ด แล้วพูดเตือนผ่านหูฟังบลูทูธแบบเรียลไทม์ เช่น “จุดศูนย์ถ่วงเอียงซ้าย” หรือ “ย่อเข่าขวา” เพราะตอนลอยตัว การเอียงเล็กๆ คือสิ่งที่คนบนบอร์ดรู้ตัวได้ยากที่สุด หลังฝึกเสร็จแต่ละรอบระบบยังสรุปรายงานว่าเอียงซ้ายหรือขวาไปกี่เปอร์เซ็นต์ เขาฝึกแบบนี้ราว 10 วันก่อนออกบินจริง ช่วงฝึกแรกๆ ก็เจ็บตัวไปพอสมควร ทั้งมือเท้าแพลงและเข่าถลอก
ช่วงวันหยุดชาติจีนต้นตุลาคม เขาบินข้ามแม่น้ำแยงซีที่ปาตงและบินในเขตท่องเที่ยวปาเหรินเหอ เจ้าหน้าที่สถานที่ท่องเที่ยวเล่าว่าวันที่ 6 ตุลาคม ทีมใช้เวลาเตรียมพื้นที่ 4-5 ชั่วโมง แล้วบินจากลานโล่งไปลงบนแท่นในหุบเขา รวมระยะกว่า 300 เมตรในเวลาสองนาทีกว่า ผู้ร่วมงานบอกว่าเขาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกครั้งก่อนขึ้นบิน
ไม่ทำขายคนทั่วไป เพราะมันคืออุปกรณ์กีฬาผาดโผน
ถ้าใครหวังจะได้ซื้อมาลองบ้าง ซ่ง ซิงอวี่ บอกตรงๆ ว่าจะไม่ทำเป็นสินค้าผู้บริโภค ของชิ้นนี้ใกล้เคียงชุด wingsuit หรือร่มดิ่งพสุธามากกว่า ต้องใช้ทั้งแรงและการฝึกเฉพาะทาง แผนต่อไปคือทำให้ปลอดภัยและใช้ง่ายขึ้น แยกเป็นรุ่นเน้นความเร็วกับรุ่นเน้นบินนาน ทุนสร้างรอบนี้มาจากสปอนเซอร์ StepX
ประวัติของเขาก็โหดไม่แพ้ตัวบอร์ด ปี 2024 เคยส่ง “กระสวยอวกาศ” ทำเองขึ้นไปกับบอลลูนในระดับความสูง 40 กิโลเมตร ปลายปีเดียวกันกระโดดจากเฮลิคอปเตอร์ที่ความสูง 5,000 เมตรพร้อมปีกติดไอพ่น ร่มหลักกางไม่ออกจนต้องใช้ร่มสำรองที่ความสูงเหลือ 600 เมตร และปี 2025 ก็เคยส่งห้องนั่งเล่นทั้งห้องขึ้นไปทอดไข่เหนือเมฆด้วยบอลลูนลมร้อน
จังหวะของข่าวนี้ก็บังเอิญดีมาก เพราะเดือนเดียวกันนี้เอง Tesla เพิ่งโชว์ Roadster ใหม่ที่ไต่ทางลาดจนห้อยหัวและลอยข้ามรถด้วยหัวพ่นแก๊ส จน Elon Musk ประกาศว่ารถบินได้มีอยู่จริงแล้ว ส่วนสเกตบอร์ดของซ่ง ซิงอวี่เกิดจากหนุ่มคนเดียวกับโรงไม้เก่าของพ่อ ความฝันแบบหนังไซไฟจึงมาลอยให้เห็นจริงสองครั้งในเดือนเดียว









