คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยสาขาในยุโรปต้องตื่นมาเจอภาพที่ไม่น่าเชื่อ ตู้แช่แข็งที่ควรเย็นจัดกลับเป่าลมร้อนออกมา อุณหภูมิในตู้ถูกสั่งให้ขึ้นไปถึง 50 องศาเซลเซียส (122 องศาฟาเรนไฮต์) ไอศกรีม เนื้อสัตว์ และอาหารแช่แข็งละลายเสียหมดก่อนร้านจะเปิด
ตามรายงานของ BBC ที่สื่อหลายสำนักอ้างถึง ร้าน Delhaize ราว 40 สาขาในเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก ร้าน ICA และ Coop หลายสาขาในสวีเดน และ SuperValu 13 สาขาในไอร์แลนด์โดนเล่นงาน El País รายงานเพิ่มว่า Carrefour 15 สาขาและ Spar อีก 5 สาขาในเบลเยียมก็โดนด้วย ส่วนเนเธอร์แลนด์ เอสโตเนีย และฟินแลนด์เจอปัญหาเดียวกัน หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงยังมีรายงานจากเยอรมนี โปรตุเกส โรมาเนีย และอิตาลีตามมา
ความเสียหายนับเป็นล้านยูโร
ผู้จัดการร้าน Delhaize หลายสาขาในบรัสเซลส์เล่ากับสถานี RTBF ว่าแจ้งเตือนเริ่มเด้งเข้ามือถือราวตีสาม แต่พอถึงตอนนั้นอาหารก็เสียไปแล้ว Delhaize สาขา Hoeilaart สาขาเดียวต้องทิ้งอาหารมูลค่าราว 100,000 ยูโร ส่วนผู้จัดการร้าน ICA ในเมือง Sjöbo ของสวีเดนบอกว่า “เราคุมอุณหภูมิไม่ได้ เปลี่ยนค่าก็ไม่ได้ ลมร้อนเข้าไปในตู้แช่แข็ง ทุกอย่างเสียหมด” ภาพจากหน้าร้านมีพนักงานเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยสินค้าออกไปทิ้ง
ไม่ใช่ครั้งแรก
นี่คือรอบที่สองในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เดือนตุลาคมที่ผ่านมาซูเปอร์มาร์เก็ตในฝรั่งเศสราว 400 สาขา ทั้ง Intermarché, Coopérative U, Carrefour, Monoprix และ E.Leclerc โดนโจมตีแบบเดียวกัน บางร้านถึงขั้นเกิดไฟไหม้เล็กน้อย ซีอีโอของ Coopérative U เรียกเหตุนั้นว่าร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน และอัยการฝรั่งเศสรับเป็นคดีอาชญากรรมไซเบอร์ ฝั่งสหรัฐฯ กองทัพก็กำลังสอบสวนระบบทำความเย็นที่ล้มเหลวในร้านค้าของฐานทัพหลายแห่งช่วงปลายเดือนสิงหาคม ว่าอาจเป็นการโจมตีแบบประสานกัน
ใช้โหมดละลายน้ำแข็งของตู้เองเป็นอาวุธ
Reuters รายงานว่าตู้ที่โดนโจมตีบางส่วนใช้ระบบควบคุมจาก Danfoss บริษัทสัญชาติเดนมาร์ก ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวกับที่โดนในฝรั่งเศส ตอนนั้น Danfoss ชี้แจงว่าเครื่องที่โดนเป็นรุ่นเก่าที่อัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ได้แล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตต่อตู้แช่เข้าอินเทอร์เน็ตไว้เพื่อให้ช่างดูแลและเฝ้าดูอุณหภูมิจากระยะไกล ช่องทางเดียวกันนี้เองที่กลายเป็นประตูหลัง
สำนักข่าว Belga ของเบลเยียมรายงานว่าการโจมตีรอบนี้เริ่มราวเที่ยงคืนวันอาทิตย์ วิธีที่ใช้เหมือนรอบฝรั่งเศสทุกอย่าง คือสั่งเปิดโหมดละลายน้ำแข็งที่มีอยู่ในตัวเครื่อง แล้วแก้ทั้งค่าอุณหภูมิและระยะเวลาละลายให้เกินปกติ ตู้จึงร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคืน Stephan Moelans ซีอีโอของ Sabcobel บริษัทติดตั้งระบบทำความเย็นในเบลเยียม บอกว่าการปิดช่องโหว่ให้จบต้องดัดแปลงตัวเครื่องจริง ระหว่างนี้ทางที่ง่ายที่สุดคือย้ายเครื่องไปใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ทำไปแล้วหลังเหตุในฝรั่งเศส
Patrick Lamplmair ซีทีโอของ Tributech บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์จากออสเตรีย ให้ความเห็นกับ Gizmodo ว่าช่องโหว่ในตัวควบคุมตู้แช่พวกนี้มีแพตช์มาก่อนแล้ว แต่หลังเหตุในฝรั่งเศสก็ยังมีตัวควบคุมอีกหลายพันเครื่องที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต เขาชี้ว่าการโจมตีแบบนี้ไม่มีข้อมูลให้ขโมย ไม่มีค่าไถ่ให้ต่อรอง แค่ส่งคำสั่งไม่กี่คำสั่งไปที่ตัวคุมอุณหภูมิก็ทำลายสต็อกได้ทั้งคืนและทำให้ร้านต้องปิด พร้อมทิ้งท้ายว่า “ตู้แช่แข็งไม่ควรยอมรับคำสั่งให้ร้อนถึง 50 องศา ไม่ว่าใครจะเป็นคนสั่ง”
ยังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง
Katrien Eggers โฆษกศูนย์ความปลอดภัยไซเบอร์ของเบลเยียมบอก Reuters ว่ายังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ลงมือ และอาจไม่มีวันรู้ เธอยังห่วงว่า AI ทำให้ผู้ไม่หวังดีที่มีฝีมือหาช่องโหว่และโจมตีระบบได้ง่ายขึ้นมาก ส่วน Christophe Hansen กรรมาธิการยุโรปด้านอาหาร โพสต์บน X ว่าความมั่นคงทางอาหารต้องได้รับความสนใจมากขึ้นในทุกระดับ “เพราะการใช้อาหารเป็นอาวุธได้กลายเป็นเรื่องจริงแล้ว”
สำหรับผู้บริโภค ร้านทิ้งอาหารที่เสียไปแล้ว ของเหล่านี้จึงไม่น่าจะหลุดมาถึงตะกร้า แต่เรื่องนี้ตอกย้ำว่าอุปกรณ์ IoT ที่ดูธรรมดาที่สุดในร้านอย่างตู้แช่ ก็กลายเป็นเป้าโจมตีที่สร้างความเสียหายได้เป็นล้านยูโร ถ้าต่ออินเทอร์เน็ตทิ้งไว้โดยไม่อัปเดตและไม่ป้องกันให้ดี
แหล่งอ้างอิง
- Digital Trends: Hackers remotely turned supermarket freezers into ovens across Europe
- Gizmodo: Supermarket Freezers Across Europe Hit With Another Cyberattack
- Tom’s Hardware: Supermarket freezers across Europe struck in second crippling cyberattack
- TechRadar: Supermarket freezers across Europe hit by new Cold War cyberattack
- Interesting Engineering: Bizarre cyberattack turns supermarket freezers into 122-degree ovens in six countries









