iFixit แกะ iPhone Duo ให้คะแนนซ่อมง่าย 5/10 สูงสุดในบรรดามือถือจอพับ แต่ชี้จุดเสี่ยงใต้บานพับที่อาจทำให้จอในร้าว

iFixit รื้อ iPhone Duo จนถึงเฟือง ให้คะแนนซ่อมง่ายชั่วคราว 5 เต็ม 10 สูงสุดที่เคยให้มือถือจอพับ ถอดแบตด้วยไฟฟ้าได้ จอนอกถอดง่าย แต่จอในเปลี่ยนยากและค่าซ่อมนอกประกัน 999 ดอลลาร์ พร้อมจำลองบานพับชี้จุดที่น่าจะเป็นต้นเหตุจอร้าว

iPhone Duo เพิ่งวางขายได้ไม่กี่วัน แต่ข่าวที่ดังกว่ายอดขายคือรายงานจอด้านในร้าวตรงแนวบานพับ ทั้งที่บางเครื่องกางพับไปไม่ถึง 20 ครั้ง ล่าสุด iFixit เอาเครื่องขึ้นโต๊ะแกะจนถึงเฟืองตัวสุดท้าย ส่องผิวจอด้วยกล้องจุลทรรศน์ สแกน CT บานพับ และทำโมเดล 3 มิติเพื่อหาว่าจอร้าวเพราะอะไร

ข้อสรุปมีสองด้านชัดเจน ด้านดีคือนี่เป็นมือถือจอพับที่ซ่อมง่ายที่สุดเท่าที่ iFixit เคยแกะ ได้คะแนนชั่วคราว 5 เต็ม 10 ด้านร้ายคือจอด้านในยังเปลี่ยนยาก แพง และมีจุดเสี่ยงใต้บานพับที่อาจเป็นต้นเหตุของจอร้าวในเครื่องรุ่นแรก

จุดที่จอร้าว ตรงกับจุดที่ขอบหลายชิ้นมาเจอกัน

อาการที่เจ้าของเครื่องเล่าตรงกันคือได้ยินเสียงตอนกางหรือพับ แล้วเห็นเส้นเล็กๆ ไหลลงตามแนวพับ พร้อมเส้นสว่างพาดขวางจอ บางคนเกิดภายใน 6 ชั่วโมงหลังซื้อ บางคนยังตั้งค่าเครื่องไม่เสร็จ iFixit อธิบายว่าความเสียหายจริงอาจเล็กกว่าที่เห็นมาก เพราะจุดเสียเล็กๆ ในวงจรของจอทำให้พิกเซลทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์ดับได้

ทีมสร้างโมเดลบานพับ 3 มิติจากภาพตอนแกะ เอกสารสิทธิบัตร และภาพสแกน CT แล้วเทียบกับตำแหน่งที่ผู้ใช้รายงาน พบว่ารอยร้าวกระจุกอยู่ใกล้จุดเปลี่ยนจากช่องที่สายแพข้ามบานพับไปสู่แกนรองรับกลางบานพับ ไม่ได้อยู่ตรงสายแพพอดี แต่ต่ำลงมาเล็กน้อย ตรงจุดที่ขอบหลายชิ้นมาบรรจบกันและเปลี่ยนวิธีรองรับจอบางๆ ขณะพับ

สมมติฐานหนึ่งจากการจำลองตอนพับคือแท่งรองรับกลางบานพับลดระดับลงไม่สุด พอจอที่โค้งตัวพับลงมาทับ ก็เกิดจุดรับแรงเค้นเล็กๆ ใกล้ตำแหน่งที่จอร้าวพอดี ข้อนี้สอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้ใช้ Reddit คนหนึ่งที่บอกว่าพับไปราว 4 ครั้ง บานพับเริ่มฝืด แล้วมีเสียงป๊อกดังเมื่อดันผ่านไป

ร่องพับยังมี แค่ซ่อนเก่ง

จอด้านในของ Duo ดูเรียบมากตอนกางสุด แต่ iFixit ยืนยันว่ายังมีรอยพับอยู่ ตัวช่วยซ่อนคือผิวเคลือบ nano-texture แบบด้าน ที่ส่องกล้องจุลทรรศน์แล้วเห็นเป็นตุ่มกลมเล็กๆ เรียงกันคล้ายบับเบิลกันกระแทก ตุ่มพวกนี้กระจายแสงสะท้อนจนแนวพับดูจางลง พอลอกชั้นนี้ออก รอยพับของ Duo เห็นชัดพอๆ กันหรือมากกว่า Galaxy Z Fold8 เสียอีก และผิวด้านล่างที่ไม่มีชั้นเคลือบก็เป็นรอยง่ายกว่าด้วย

ข่าวดีคือชั้นเคลือบนี้อยู่บนแผ่นโพลิเมอร์ที่เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องทิ้งจอ OLED ด้านล่าง Apple มีขั้นตอนเปลี่ยนชั้นนี้อย่างเป็นทางการ ค่าบริการ 49 ดอลลาร์ถ้าไม่มี AppleCare หรือ 19 ดอลลาร์ถ้ามี แม้จะไม่ใช่งานลอกฟิล์มเองที่บ้าน เพราะต้องใช้อุปกรณ์จับยึดเฉพาะ

พิกเซลรูปวงรีหลายทิศทางบนจอด้านในของ iPhone Duo ใต้กล้องจุลทรรศน์

ลึกลงไปถึงระดับซับพิกเซล iFixit เจอซับพิกเซลสีแดง เขียว น้ำเงินบางส่วนเป็นรูปวงรีที่หันไปคนละทิศ ไม่เรียงเป็นระเบียบแบบจอของ Samsung ที่ใช้พิกเซลวงรีมาตั้งแต่ Galaxy S4 ทีมไปค้นสิทธิบัตรของ Apple แล้วพบคำอธิบายว่าเป็นการสลับรูปทรงและทิศของซับพิกเซลเพื่อลดลวดลายจากการสะท้อนแสง แต่ละโซนมีรูปแบบของตัวเอง และซับพิกเซลหนึ่งตัวอาจมีการวางตำแหน่งที่ต่างกันได้อย่างน้อย 32 แบบ ซึ่งน่าจะเป็นอีกกลไกที่ช่วยซ่อนรอยพับ

บานพับคุมโค้งด้วยข้อต่อโลหะ เฟือง และสปริง

ตอนพับปิด Duo ปิดได้สนิท แต่จอข้างในจะโค้งเป็นรูปหยดน้ำอยู่ในช่องของบานพับ แบบเดียวกับที่ Motorola Razr เริ่มใช้เมื่อปี 2020 Apple ใช้ข้อต่อโลหะหลายชิ้นเรียงกันคล้ายสายนาฬิกาโลหะ แต่ละชิ้นหมุนได้ในช่วงจำกัด มีรางโค้งช่วยให้ข้อต่อหมุนเหมือนจุดหมุนอยู่ในตัวจอ จอจึงถูกยืดหรือบีบน้อยลง ส่วนสปริงช่วยผ่อนแรงและทำให้บานพับค้างในมุมที่ต้องการได้

ชุดเฟืองซิงโครไนซ์ทำให้ข้อต่อทั้งหมดขยับพร้อมกัน ต่างจาก Pixel 10 Pro Fold ที่ Google เลือกใช้ลูกเบี้ยวติดสปริงแทนเฟืองเพื่อประหยัดพื้นที่และลดโอกาสฟันเฟืองเสีย ตัวจอเองมีชั้นบางมากกว่า 10 ชั้นซ้อนกันพร้อมกาวที่ให้แต่ละชั้นเลื่อนตัวได้ตอนพับ ส่วนสายแพที่ข้ามบานพับพับเป็นจีบแบบหีบเพลง ต้องรับทั้งข้อมูลภาพ เสียง และไฟชาร์จ เพราะ Duo มีวงจรชาร์จอยู่ฝั่งเดียว แบตอีกก้อนจึงชาร์จผ่านสายเส้นนี้

ฝุ่นยังเข้าบานพับได้

iFixit ทดสอบด้วยการใส่ Duo ลงถุงผงเรืองแสงแล้วกางพับซ้ำๆ ก่อนแกะดูว่าผงไปถึงไหน ผงส่วนใหญ่หยุดอยู่ที่แนวกาวรอบวงจร แต่บางส่วนก็หลุดเข้าไปถึงชิ้นส่วนที่ขยับของบานพับจนบานพับเริ่มมีเสียงกรอบแกรบ Duo เก็บผงได้น้อยกว่า Galaxy Z Fold8 และ Pixel 11 Pro Fold ในการทดสอบก่อนๆ แต่ถ้าจะทำความสะอาดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนบานพับก็ต้องรื้อจอด้านในออกก่อน

ผงเรืองแสงเกาะรอบขอบจอด้านในของ iPhone Duo หลังการทดสอบฝุ่นของ iFixit

ผลนี้ไปทางเดียวกับคลิปของ JerryRigEverything ที่ฝุ่นแค่กำมือเดียวทำให้ Duo ปิดไม่ลงอีกเลย iFixit ย้ำว่านี่ไม่ใช่การทดสอบมาตรฐาน IP เพราะมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นของมือถือจอพับดูเหมือนจะไม่ครอบคลุมกลไกบานพับ

ส่วนที่ทำให้ได้คะแนนสูง

Apple ยกเทคนิคซ่อมง่ายจาก iPhone ปกติมาใช้หลายอย่าง แบตทั้งสองก้อนใช้กาวที่ปล่อยตัวเมื่อจ่ายไฟ แค่ต่อไฟเข้าแท็บด้วยถ่าน 9V หรือเครื่องมือของ iFixit รอสักพัก แบตก็หลุดออกมาเองโดยไม่ต้องงัด ตัวแบตยังหุ้มเปลือกโลหะ ช่วยลดโอกาสแบตทะลุถ้าต้องงัดจริง แบตก้อนซ้ายจุ 7.5Wh ก้อนขวา 11.6Wh รวม 19.1Wh

จอด้านนอกถอดออกมาได้ครบชิ้น ขอบพลาสติกรอบจอด้านในก็หลุดออกมาทั้งชิ้นตามขั้นตอนของ Apple ต่างจาก Z Fold8 ที่ขอบแตกร่วนตอนถอด ด้านในวางชิ้นส่วนแบบแบน ทั้งกล้องและวงจรชาร์จเข้าถึงได้โดยไม่ต้องรื้ออย่างอื่นมาก เมนบอร์ดเป็นแผ่นชั้นเดียวแทนบอร์ดสองชั้นแบบที่ iPhone ใช้มาตั้งแต่ iPhone 8 ส่วนข้อเสียคือยังต้องใช้ไขควงถึง 5 แบบ และตัวเครื่องยังใช้น็อต pentalobe ถึง 4 ตัว

ชุดกล้องหลังและขายึดภายใน iPhone Duo หลังถอดฝาหลัง

กล้องเซลฟี่บนจอด้านในซ่อนใต้จอด้วยวิธีเว้นช่องในลายพิกเซล คล้ายกล้องอินฟราเรดใต้จอของ iPhone 18 Pro แต่ผู้รีวิวหลายคนบอกว่าภาพที่ได้ค่อนข้างขุ่น โชคดีที่ยังมีกล้องหลักและกล้องอัลตร้าไวด์ 48MP กับกล้องเซลฟี่บนจอนอก 12MP ให้ใช้แทน

จอในเปลี่ยนทีเท่ากับครึ่งเครื่อง

คะแนนที่หายไปส่วนใหญ่มาจากจอด้านในกับบานพับ ค่าเปลี่ยนจอในนอกประกันอยู่ที่ 999 ดอลลาร์ หรือราวครึ่งหนึ่งของราคาเครื่อง iFixit ประเมินว่าถ้าเทียบกับงานเดียวกันบน Pixel 10 Pro Fold ที่ช่างมือสมัครเล่นใช้ 3 ถึง 5 ชั่วโมง Duo น่าจะเร็วกว่าเพราะไม่ต้องรื้ออีกฝั่งเพื่อปลดสายจอ แต่การเปลี่ยนกาวทั้งแผงก็ยังเป็นงานละเอียดที่ต้องใช้อุปกรณ์จับยึดเฉพาะ

คะแนน 5/10 ยังเป็นคะแนนชั่วคราว เพราะ iFixit รออะไหล่จริงจากโปรแกรม Self Service Repair ของ Apple ซึ่งคู่มือซ่อมทางการออกมาแล้ว สำหรับคนที่กำลังจะจ่ายเงินซื้อ Duo ข้อมูลชุดนี้บอกตรงๆ ว่าตัวเครื่องออกแบบมาให้ซ่อมได้ดีกว่าจอพับทุกรุ่นที่ผ่านมา แต่ส่วนที่เสี่ยงพังที่สุดก็คือส่วนที่แพงที่สุด หลายคนจึงเลือกซื้อ AppleCare+ ไปพร้อมกับเครื่อง

แหล่งอ้างอิง