iPhone Duo เพิ่งวางขายได้ไม่กี่วัน แต่ข่าวที่ดังกว่ายอดขายคือรายงานจอด้านในร้าวตรงแนวบานพับ ทั้งที่บางเครื่องกางพับไปไม่ถึง 20 ครั้ง ล่าสุด iFixit เอาเครื่องขึ้นโต๊ะแกะจนถึงเฟืองตัวสุดท้าย ส่องผิวจอด้วยกล้องจุลทรรศน์ สแกน CT บานพับ และทำโมเดล 3 มิติเพื่อหาว่าจอร้าวเพราะอะไร
ข้อสรุปมีสองด้านชัดเจน ด้านดีคือนี่เป็นมือถือจอพับที่ซ่อมง่ายที่สุดเท่าที่ iFixit เคยแกะ ได้คะแนนชั่วคราว 5 เต็ม 10 ด้านร้ายคือจอด้านในยังเปลี่ยนยาก แพง และมีจุดเสี่ยงใต้บานพับที่อาจเป็นต้นเหตุของจอร้าวในเครื่องรุ่นแรก
จุดที่จอร้าว ตรงกับจุดที่ขอบหลายชิ้นมาเจอกัน
อาการที่เจ้าของเครื่องเล่าตรงกันคือได้ยินเสียงตอนกางหรือพับ แล้วเห็นเส้นเล็กๆ ไหลลงตามแนวพับ พร้อมเส้นสว่างพาดขวางจอ บางคนเกิดภายใน 6 ชั่วโมงหลังซื้อ บางคนยังตั้งค่าเครื่องไม่เสร็จ iFixit อธิบายว่าความเสียหายจริงอาจเล็กกว่าที่เห็นมาก เพราะจุดเสียเล็กๆ ในวงจรของจอทำให้พิกเซลทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์ดับได้
ทีมสร้างโมเดลบานพับ 3 มิติจากภาพตอนแกะ เอกสารสิทธิบัตร และภาพสแกน CT แล้วเทียบกับตำแหน่งที่ผู้ใช้รายงาน พบว่ารอยร้าวกระจุกอยู่ใกล้จุดเปลี่ยนจากช่องที่สายแพข้ามบานพับไปสู่แกนรองรับกลางบานพับ ไม่ได้อยู่ตรงสายแพพอดี แต่ต่ำลงมาเล็กน้อย ตรงจุดที่ขอบหลายชิ้นมาบรรจบกันและเปลี่ยนวิธีรองรับจอบางๆ ขณะพับ
สมมติฐานหนึ่งจากการจำลองตอนพับคือแท่งรองรับกลางบานพับลดระดับลงไม่สุด พอจอที่โค้งตัวพับลงมาทับ ก็เกิดจุดรับแรงเค้นเล็กๆ ใกล้ตำแหน่งที่จอร้าวพอดี ข้อนี้สอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้ใช้ Reddit คนหนึ่งที่บอกว่าพับไปราว 4 ครั้ง บานพับเริ่มฝืด แล้วมีเสียงป๊อกดังเมื่อดันผ่านไป
ร่องพับยังมี แค่ซ่อนเก่ง
จอด้านในของ Duo ดูเรียบมากตอนกางสุด แต่ iFixit ยืนยันว่ายังมีรอยพับอยู่ ตัวช่วยซ่อนคือผิวเคลือบ nano-texture แบบด้าน ที่ส่องกล้องจุลทรรศน์แล้วเห็นเป็นตุ่มกลมเล็กๆ เรียงกันคล้ายบับเบิลกันกระแทก ตุ่มพวกนี้กระจายแสงสะท้อนจนแนวพับดูจางลง พอลอกชั้นนี้ออก รอยพับของ Duo เห็นชัดพอๆ กันหรือมากกว่า Galaxy Z Fold8 เสียอีก และผิวด้านล่างที่ไม่มีชั้นเคลือบก็เป็นรอยง่ายกว่าด้วย
ข่าวดีคือชั้นเคลือบนี้อยู่บนแผ่นโพลิเมอร์ที่เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องทิ้งจอ OLED ด้านล่าง Apple มีขั้นตอนเปลี่ยนชั้นนี้อย่างเป็นทางการ ค่าบริการ 49 ดอลลาร์ถ้าไม่มี AppleCare หรือ 19 ดอลลาร์ถ้ามี แม้จะไม่ใช่งานลอกฟิล์มเองที่บ้าน เพราะต้องใช้อุปกรณ์จับยึดเฉพาะ

ลึกลงไปถึงระดับซับพิกเซล iFixit เจอซับพิกเซลสีแดง เขียว น้ำเงินบางส่วนเป็นรูปวงรีที่หันไปคนละทิศ ไม่เรียงเป็นระเบียบแบบจอของ Samsung ที่ใช้พิกเซลวงรีมาตั้งแต่ Galaxy S4 ทีมไปค้นสิทธิบัตรของ Apple แล้วพบคำอธิบายว่าเป็นการสลับรูปทรงและทิศของซับพิกเซลเพื่อลดลวดลายจากการสะท้อนแสง แต่ละโซนมีรูปแบบของตัวเอง และซับพิกเซลหนึ่งตัวอาจมีการวางตำแหน่งที่ต่างกันได้อย่างน้อย 32 แบบ ซึ่งน่าจะเป็นอีกกลไกที่ช่วยซ่อนรอยพับ
บานพับคุมโค้งด้วยข้อต่อโลหะ เฟือง และสปริง
ตอนพับปิด Duo ปิดได้สนิท แต่จอข้างในจะโค้งเป็นรูปหยดน้ำอยู่ในช่องของบานพับ แบบเดียวกับที่ Motorola Razr เริ่มใช้เมื่อปี 2020 Apple ใช้ข้อต่อโลหะหลายชิ้นเรียงกันคล้ายสายนาฬิกาโลหะ แต่ละชิ้นหมุนได้ในช่วงจำกัด มีรางโค้งช่วยให้ข้อต่อหมุนเหมือนจุดหมุนอยู่ในตัวจอ จอจึงถูกยืดหรือบีบน้อยลง ส่วนสปริงช่วยผ่อนแรงและทำให้บานพับค้างในมุมที่ต้องการได้
ชุดเฟืองซิงโครไนซ์ทำให้ข้อต่อทั้งหมดขยับพร้อมกัน ต่างจาก Pixel 10 Pro Fold ที่ Google เลือกใช้ลูกเบี้ยวติดสปริงแทนเฟืองเพื่อประหยัดพื้นที่และลดโอกาสฟันเฟืองเสีย ตัวจอเองมีชั้นบางมากกว่า 10 ชั้นซ้อนกันพร้อมกาวที่ให้แต่ละชั้นเลื่อนตัวได้ตอนพับ ส่วนสายแพที่ข้ามบานพับพับเป็นจีบแบบหีบเพลง ต้องรับทั้งข้อมูลภาพ เสียง และไฟชาร์จ เพราะ Duo มีวงจรชาร์จอยู่ฝั่งเดียว แบตอีกก้อนจึงชาร์จผ่านสายเส้นนี้
ฝุ่นยังเข้าบานพับได้
iFixit ทดสอบด้วยการใส่ Duo ลงถุงผงเรืองแสงแล้วกางพับซ้ำๆ ก่อนแกะดูว่าผงไปถึงไหน ผงส่วนใหญ่หยุดอยู่ที่แนวกาวรอบวงจร แต่บางส่วนก็หลุดเข้าไปถึงชิ้นส่วนที่ขยับของบานพับจนบานพับเริ่มมีเสียงกรอบแกรบ Duo เก็บผงได้น้อยกว่า Galaxy Z Fold8 และ Pixel 11 Pro Fold ในการทดสอบก่อนๆ แต่ถ้าจะทำความสะอาดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนบานพับก็ต้องรื้อจอด้านในออกก่อน

ผลนี้ไปทางเดียวกับคลิปของ JerryRigEverything ที่ฝุ่นแค่กำมือเดียวทำให้ Duo ปิดไม่ลงอีกเลย iFixit ย้ำว่านี่ไม่ใช่การทดสอบมาตรฐาน IP เพราะมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นของมือถือจอพับดูเหมือนจะไม่ครอบคลุมกลไกบานพับ
ส่วนที่ทำให้ได้คะแนนสูง
Apple ยกเทคนิคซ่อมง่ายจาก iPhone ปกติมาใช้หลายอย่าง แบตทั้งสองก้อนใช้กาวที่ปล่อยตัวเมื่อจ่ายไฟ แค่ต่อไฟเข้าแท็บด้วยถ่าน 9V หรือเครื่องมือของ iFixit รอสักพัก แบตก็หลุดออกมาเองโดยไม่ต้องงัด ตัวแบตยังหุ้มเปลือกโลหะ ช่วยลดโอกาสแบตทะลุถ้าต้องงัดจริง แบตก้อนซ้ายจุ 7.5Wh ก้อนขวา 11.6Wh รวม 19.1Wh
จอด้านนอกถอดออกมาได้ครบชิ้น ขอบพลาสติกรอบจอด้านในก็หลุดออกมาทั้งชิ้นตามขั้นตอนของ Apple ต่างจาก Z Fold8 ที่ขอบแตกร่วนตอนถอด ด้านในวางชิ้นส่วนแบบแบน ทั้งกล้องและวงจรชาร์จเข้าถึงได้โดยไม่ต้องรื้ออย่างอื่นมาก เมนบอร์ดเป็นแผ่นชั้นเดียวแทนบอร์ดสองชั้นแบบที่ iPhone ใช้มาตั้งแต่ iPhone 8 ส่วนข้อเสียคือยังต้องใช้ไขควงถึง 5 แบบ และตัวเครื่องยังใช้น็อต pentalobe ถึง 4 ตัว

กล้องเซลฟี่บนจอด้านในซ่อนใต้จอด้วยวิธีเว้นช่องในลายพิกเซล คล้ายกล้องอินฟราเรดใต้จอของ iPhone 18 Pro แต่ผู้รีวิวหลายคนบอกว่าภาพที่ได้ค่อนข้างขุ่น โชคดีที่ยังมีกล้องหลักและกล้องอัลตร้าไวด์ 48MP กับกล้องเซลฟี่บนจอนอก 12MP ให้ใช้แทน
จอในเปลี่ยนทีเท่ากับครึ่งเครื่อง
คะแนนที่หายไปส่วนใหญ่มาจากจอด้านในกับบานพับ ค่าเปลี่ยนจอในนอกประกันอยู่ที่ 999 ดอลลาร์ หรือราวครึ่งหนึ่งของราคาเครื่อง iFixit ประเมินว่าถ้าเทียบกับงานเดียวกันบน Pixel 10 Pro Fold ที่ช่างมือสมัครเล่นใช้ 3 ถึง 5 ชั่วโมง Duo น่าจะเร็วกว่าเพราะไม่ต้องรื้ออีกฝั่งเพื่อปลดสายจอ แต่การเปลี่ยนกาวทั้งแผงก็ยังเป็นงานละเอียดที่ต้องใช้อุปกรณ์จับยึดเฉพาะ
คะแนน 5/10 ยังเป็นคะแนนชั่วคราว เพราะ iFixit รออะไหล่จริงจากโปรแกรม Self Service Repair ของ Apple ซึ่งคู่มือซ่อมทางการออกมาแล้ว สำหรับคนที่กำลังจะจ่ายเงินซื้อ Duo ข้อมูลชุดนี้บอกตรงๆ ว่าตัวเครื่องออกแบบมาให้ซ่อมได้ดีกว่าจอพับทุกรุ่นที่ผ่านมา แต่ส่วนที่เสี่ยงพังที่สุดก็คือส่วนที่แพงที่สุด หลายคนจึงเลือกซื้อ AppleCare+ ไปพร้อมกับเครื่อง
แหล่งอ้างอิง
- iFixit: iPhone Duo Teardown: The Most Repairable Foldable Has a Huge Screen Problem
- The Verge: iFixit’s look inside the iPhone Duo may explain those broken screens and hinges
- MacRumors: iFixit iPhone Duo Teardown Points to Possible Cause of Screen Cracks
- 9to5Mac: iFixit tears down iPhone Duo, finds possible causes of early screen failures
- TechRadar: iFixit tears down the iPhone Duo and awards it the highest repair score yet for a foldable








