หลังจากกระแส OPPO Find X9 Pro ไปได้สวย ในที่สุดออปโป้ก็ตัดสินใจนำ OPPO Find X9 Ultra เข้ามาขายในไทยกับราคา 54,999 บาท สำหรับคนที่ชอบความสุดรอบด้านโดยเฉพาะกล้อง ที่อยู่ในระดับมืออาชีพ พร้อมกับ OPPO Find X9s ที่เหมาะกับสายท่องเที่ยว ในราคา 29,999 บาท
ความ Ultra ในแบบฉบับ OPPO x Hasselblad
สิ่งที่ทำให้ OPPO Find X9 Ultra มีความรู้สึกแบบ Ultra เริ่มตั้งแต่เมื่อมองผ่านสายตา ด้วยการผสานดีไซน์จากแรงบันดาลใจของ Hasselblad X2D 100C Earth Explorer Edition โดยจัดวางโลโก้ทั้งคู่ในแนวนอนเพื่อให้ได้อารมณ์เหมือนการใช้กล้องที่ถือใช้งานในแนวนอน พร้อมกับสีน้ำตาล Tundra Umber อันเป็นเอกลักษณ์






ด้านข้างมีปุ่ม Quick Button ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Hasselblad ทำหน้าที่เป็นปุ่มปรับค่ากล้องและลั่นชัตเตอร์ รวมถึงวงแหวนสีส้มรอบกล้องที่ดูผ่านๆ เหมือนจะเป็นวงกลม แต่ที่จริงแล้วเป็นดีไซน์ 6 เหลี่ยมสื่อถึงความคลาสิกของกล้อง Hasselblad และยังมีตัวเลือกสีส้ม Canyon Orange เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ชอบสีสันโดดเด่น

หน้าจอ 6.82 นิ้ว รีเฟรชเรท 144Hz ความละเอียด QHD+ ความสว่างทำได้ตั้งแต่ 1-3600nits ซึ่งการให้ความสว่างแบบนี้ จะช่วยให้ไม่แสบตาในตอนกลางคืน และสู้แสงได้ดีในที่กลางแจ้ง ขับเคลื่อนด้วย Qualcomm Snapdragon® 8 Elite Gen 5 หน่วยความจำเป็นแบบ LPDDR5X + UFS 4.1 และใช้ระบบระบายความร้อน Encapsulated Thermal Unit ( ECT ) รุ่นแรกในอุตสาหกรรม กับแบตเตอรี่ 7050mAh ที่รองรับชาร์จไว 100W SUPERVOOC
ด้านการเชื่อมต่อก็ให้มาเต็มสูบทั้ง NFC, Bluetooth 6.0, USB 3.2 Gen 1, Wi-Fi 7, AI LinkBoost with OPPO NetworkBoost chip และผ่านการทดสอบความทนทานระดับ IP66 & IP68 & IP69
นวัตกรรมกล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า ที่ไม่เคยมีมาก่อน
สิ่งที่ทำให้ OPPO Find X9 Ultra น่าสนใจเป็นพิเศษคือการใส่กล้อง Hasselblad Master มาถึง 5 เลนส์เพื่อให้ครอบคลุมทุกระยะที่มืออาชีพต้องการ
ตัวชูโรงที่ยกระดับอุตสาหกรรมกล้องบนมือถือ คือกล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing ที่ใช้เทคนิคปริซึม 5 ชิ้น ( Quintuple Prism Reflection Periscope ) ทำให้ซูมได้ไกลโดยตัวเครื่องไม่หนา และยังเลือกใช้เซ็นเซอร์ Samsung JNL ขนาด 1/2.75 นิ้วและรูรับแสง f/3.5 เพื่อได้แสงสีที่ดีที่สุด และยังลดทอนการสั่นด้วยเทคโนโลยี Ultra-Sensing ทำให้ได้กล้องซูมที่ระยะ 10x คุณภาพดีที่สุดในตอนนี้

ในขณะที่กล้องซูมยกระดับอุตสาหกรรม กล้องมุมกว้างก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน โดยเลือกใช้เซ็นเซอร์ Sony LYT-600 ขนาด 1/1.95 นิ้ว และรูรับแสง f/2.0 บนความละเอียด 50MP ทำให้ได้คุณภาพที่ดีตั้งแต่มุมมองกว้างสุดไปถึงซูมสุด
กล้องหลัก Hasselblad 200MP พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing กับเซ็นเซอร์ Sony LYTIA 901 ขนาด 1/1.12 นิ้ว รูรับแสง f/1.5 ซึ่งเทคนิคนี้จะทำให้รับแสงได้เทียบเท่าเซ็นเซอร์ 1 นิ้วบน OPPO Find X8 Ultra และยังมี Real-Time Triple Exposure ที่ช่วยให้ภาพที่มี Dynamic Range กว้าง เก็บรายละเอียดได้ดีขึ้น

และยังมีกล้อง Hasselblad 200MP เทเลโฟโต้พอร์ตเทรต 3 เท่า ระดับ Super คุณภาพสูงด้วยความละเอียด 200MP เซ็นเซอร์ OmniVision OV52A ขนาด 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/2.2 ซึ่งจัดว่าคุณภาพดีมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน
ปิดท้ายด้วยกล้องสีสันสมจริงรุ่นใหม่ ที่ทำการวัดค่าแสงสีเพื่อให้ได้สีสันที่สมจริงที่สุด ใกล้เคียงกับที่ตาเรามองเห็น เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ผ่านรูปถ่าย

แม้ว่า OPPO จะโปรโมทว่ามีเลนส์ให้เลือกใช้ 8 ระยะ แต่เมื่อดูที่ตัว UI ในแอปกล้อง จะพบว่ามีตัวเลือกให้ถ่ายตั้งแต่ 14 มม., 23 มม., 28 มม., 35 มม., 47 มม., 70 มม., 85 มม., 139 มม., 230 มม., 460 มม., 690 มม. หรือเทียบเท่าตั้งแต่ 0.6x ถึง 30x
กล้องหน้าเลือกใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.75 นิ้ว รูรับแสง f/2.4 ความละเอียด 50MP เมื่อผ่านการประมวลผลแบบ OPPO ก็ทำให้ไว้ใจได้เลยว่าภาพออกมาสวยแน่นอน

และถ้าชอบภาพแบบประมวลผลน้อยๆ ได้อารมณ์แบบใช้กล้อง Hasselblad ถ่าย ก็มีโหมด Hasselblad Master ที่จะให้ผลลัพธ์เหมือนใช้กล้องแท้ๆ ถ่าย และยังสามารถบันทึกไฟล์แบบ RAW Max ได้ด้วย โดยได้รับการรับรองจาก Adobe RAW ด้วย

ส่วนงานวีดีโอก็ทำได้ในระดับมืออาชีพซึ่งเป็นผลพวงจากการใช้ชุดเลนส์คุณภาพสูง พร้อมกับเลนส์วัดแสงสีที่ให้สีสมจริง ทำให้งานวีดีโอได้ภาพที่สีสันสวยไม่ซีด และยังมีความละเอียดสูงสุดถึง 8K 30fps และยังให้ภาพสมูธได้สูงสุดที่ 4K 120fps ซึ่งเนียนพอที่จะเอามาทำ Post Process เป็น Slow-mo ได้ และยังสามารถบันทึกวีดีโอได้ใแบบ Dolby Vision และมีระบบตัดเสียงรบกวนขณะถ่ายด้วย และยังรองรับ 3D LUT พร้อมกับ Real-time LUT Preview และการบันทึกแบบ LOG
ใช้งานจริงซูม 30 เท่าได้แบบคมเหลือเชื่อ
หลังจากที่ผมได้ OPPO Find X9 Ultra มาใช้ก่อนวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย ผมเลยถือโอกาสพกไปถ่ายบรรยากาศในงานเปิดตัวด้วย ซึ่งแสงสีในฮอลล์ก็ค่อนข้างมืดยกเว้นบนเวที และสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือการเก็บแสงสีของเลนส์ทุกระยะทำได้ดีมาก ตั้งแต่กล้องมุมกว้างไปจนถึงซูมสุด



ผมสามารถถือถ่ายคนบนเวทีได้ง่ายๆ แม้จะใช้ระยะ 30x ซึ่งคำว่าง่ายในที่นี้คือชัตเตอร์ลั่นได้เร็ว ประมวลผลได้ไว ถ่ายต่อเนื่องได้คล่องตัว แม้ว่าคนบนเวทีจะมีการเคลื่อนไหวตลอด แต่ OPPO Find X9 Ultra ก็ช่วยประมวลผลให้ภาพคมชัด แสงสีใกล้เคียงความจริง ซึ่งผมยกให้เป็นมือถือที่ถ่ายซูมได้ดีที่สุดในสถานการณ์จริงตั้งแต่เคยใช้มือถือมาเลย

แล้วการซูมทำได้ดีทั้งสายคอนเสิร์ตและสายถ่ายนก ที่ผมหยิบ 2 สายนี้มาพูดเพราะมันเป็น requirement ที่ต่างกันพอสมควร เพราะการถ่ายคอนเสิร์ตจะเน้นแสงสี ส่วนการถ่ายนกจะเน้นรายละเอียดของขนนก จากที่ผมลองใช้เองก็ทำได้ดีมากๆ ทั้ง 2 กรณี เรียกได้ว่าใช้จริงมันครอบคลุมแทบทุกการใช้งานเลยครับ

การซูมที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือการซูมของที่อยู่ไกลตัวออกไป แต่ที่จริงแล้วเรายังสามารถเอามาซูมของเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ได้ด้วยครับ อย่างกรณีนี้ผมใช้ซูมกลุ่มนกที่รวมตัวกันอยู่ ถ้าไม่มีซูม 10x ที่คุณภาพดีแบบนี้ ผมก็ต้องขยับตัวเข้าไปใกล้ซึ่งจะทำให้นกตกใจและไม่ได้ภาพสวยๆ แบบนี้แน่นอน








การถ่ายรูปบุคคลนี่ไม่ต้องห่วงเลย OPPO ขึ้นชื่อเรื่องนี้มาก ไม่ต้องกังวลเลยว่าหน้าจะมีสิวฝ้าด่างดำ แค่ใช้ OPPO Find X9 Ultra ถ่าย โดยเลือกบิ้วตี้แบบคลาสิก ผิวก็จะเนียนสวยทันที แต่ถ้าอยากให้มีริ้วรอยอยู่บ้างก็เลือกแบบบิ้วตี้ธรรมชาติก็ได้

การมีชุดเลนส์ระยะ 10x แท้ๆ ทำให้เราสามารถถ่ายโหมด Portrait ระยะ 10x ได้ด้วย ซึ่งจะทำให้แก้มุมมองฉากหลังให้ดูแคบลง ภาพก็จะไม่รก และดูเหมือนฉากหลังขยับเข้ามาใกล้ขึ้นด้วย


ผมประทับใจการจัดการ Dynamic Range มาก โดยเฉพาะรูปนี้ที่นกมุดไปอยู่ชิดหลอดไฟ ในขณะที่อีกตัวอยู่ฝั่งที่มืด แต่ OPPO Find X9 Ultra สามารถงัดรายละเอียดของนกใต้หลอดไฟได้ดีมาก

การใช้งานของคนส่วนใหญ่ใช้โหมดถ่ายรูปปรกติได้เลยครับ เพราะมันจะมีการประมวลผลดึงสีสันแสงเงาทุกอย่างให้ออกมาสวยแบบพร้อมใช้เลย รวมถึงการเปิดบิวตี้ทั้งไว้ได้ด้วย ทำให้ถ่ายสวยได้ง่ายๆ แต่ถ้าคุณเป็นสายโปรชอบแสงสีแบบ Process น้อยๆ ให้อารมณ์ Hasselblad แท้ๆ ก็ให้เลือก Master mode ซึ่งโหมดนี้จะลดการ Process ลงไปให้เหมือนใช้กล้องแท้ๆ ถ่าย


นอกจากนี้ยังมีโหมด Hasselblad Hi-Res ที่ออกแบบมาสำหรับการเก็บภาพความละเอียดสูงสุดของแต่ละเลนส์ นั่นหมายความว่าเราจะถ่ายได้สูงสุดที่ 200MP เหมาะสำหรับการถ่ายงานระดับมืออาชีพที่ต้องการความละเอียดสูงมาก เช่น ถ่ายทำบิลบอร์ด, ถ่ายจิตรกรรมฝาผนัง, ถ่ายสัตว์, ถ่ายคน, ถ่ายภาพรวมเพื่อนำไปครอปดูรายละเอียด










และที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างของ Hasselblad คือโหมด Hasselblad XPAN ที่เปรียบเสมือนการถ่ายพาโนรามาใน 1 ช็อต และเมื่อใช้ร่วมกับเลนส์มุมกว้างที่รับแสงได้ดีขึ้น ทำให้ได้ภาพที่สวยและกว้างมาก

สิ่งที่ทำให้ผมชอบมากคือแสงสีของ OPPO Find X9 Ultra ทำออกมาได้สมจริงมากๆ ซึ่งผมมองว่ากล้องที่ดีมันควรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่สว่างเกินไป สีสดเกินไป



กล้องหน้าก็ทำได้น่าประทับใจ ภาพดูเคลียร์แบบที่ยังให้รายละเอียดผิวได้ดี ไม่ดูปลอม



งานวีดีโอระดับมืออาชีพ
สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจไม่แพ้ภาพนิ่งคืองานวีดีโอ เพราะโดยทั่วไปแล้วแบรนด์จากจีนมักจะเก่งภาพนิ่งแต่งานวีดีโอมีจุดอ่อน ในขณะที่ OPPO Find X9 Ultra อุดจุดอ่อนแทบทั้งหมดและปรับเป็นจุดเด่น นอกจากนี้ยังรองรับ Dolby HDR และสามารถตัดเสียงรบกวนได้ในตัว
และสิ่งที่ผมชอบมากคือเราสามารถปรับค่ารูรับแสงได้ ตั้งแต่ f/1.4 – f/16 ซึ่งเป็นการจำลองค่ารูรับแสงเพื่อให้ทำหน้าชัดหลังเบลอหรือทำให้ชัดทั้งหมด นั่นทำให้เราละลายหลังให้คลิปดูเหมือนใช้กล้องใหญ่ถ่ายได้เลย และยังซูมสุดได้ที่ 30x

ระบบกันสั่นใช้งานจริงก็ทำได้ดีพอสำหรับงาน Content Creator และยังมีโหมด Video Pro ที่ตั้งค่าได้ละเอียดขึ้น รวมถึงถ่ายเป็น Log file ได้ด้วย ที่จริงแล้วมันดีระดับเอาไปถ่ายหนังจริงจังได้เลย ส่วนกรณีที่ต้องการถ่าย Beauty Video จะได้ความละเอียดที่ FHD 1080p 30fps เหมาะสำหรับสายรีบเร่ง สาวๆ สามารถหยิบมาถ่ายคอนเทนต์ได้ทันทีโดยไม่ต้องแต่งหน้าก็ดูดี
OPPO Find X9s เรือธงที่พกสะดวก
หาก OPPO Find X9 Ultra คือรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับคนที่ต้องการความมืออาชีพขั้นสุด OPPO Find X9s ก็คือเรือธงที่ใช้งานประจำวันได้อย่างสบายใจ พกไปเที่ยวไหนก็ได้ภาพสวยๆ

ดีไซน์มีความสนุกกว่าด้วยสีส้ม Sunset Orange, สีม่วงเทา Lavender Sky และ Midnight Grey ที่มาพร้อมปุ่ม Snap Key ที่เป็นทางลัดให้เข้าถึง AI Mind Space ได้ง่ายขึ้น ขนาดพกพาง่ายด้วยหน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว รีเฟรชเรท 120Hz กับสีสันแบบ 10-bit



กล้องเป็นแบบ Triple 50MP โดยกล้องหลังทั้ง 3 ตัวมีความละเอียด 50MP เท่ากันทุกตัว ทำให้ได้รายละเอียดที่คมชัดทุกระยะ โดยกล้องมุมกว้าง 15 มม. ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75 นิ้ว รูรับแสง f/2.0 กล้องหลัก 25 มม. เซ็นเซอร์ Sony LYT-700 ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.8 และกล้องเทเล Periscope 73 มม. เซ็นเซอร์ Sony LYT600 ขนาด 1/1.95 รูรับแสง f/2.6 และยังใช้ตัวประมวลผล LUMO Image Engine เช่นเดียวกับ OPPO Find X9 series รุ่นอื่นๆ ด้านงานวีดีโอให้ความละเอียดสูงสุดที่ 4K 60fps พร้อมกับ Dolby Vision ส่วนกล้องหน้าเลือกใช้ SONY IMX615 ขนาด 1/2.74 นิ้ว รูรับแสง f/2.4 ความละเอียด 32MP

OPPO Find X9s เลือกใช้ชิป MediaTek Dimensity 9500s หน่วยความจำแบบ LPDDR5X + UFS 4.1 แบตเตอรี่ 7025mAh พร้อมระบบชาร์จไว 80W SUPERVOOC และยังทนทานในระดับ IP66 & IP68 & IP69 ด้านการเชื่อมต่อก็ยังคงใส่มาให้เน้นๆ ทั้ง NFC, Bluetooth 6.1, Wi-Fi 7 และ AI LinkBoost
กล้องที่เหมาะกับสายท่องเที่ยว
ด้วยความที่ OPPO Find X9s มีขนาดที่พกพาง่าย แบตเตอรี่เยอะ บวกกับกล้อง 50MP ทุกระยะ ทำให้เหมาะกับ Content Creator ที่ชอบเดินทาง ไลฟ์สไตล์ชอบกินเที่ยว






AI ที่ช่วยให้ชีวิตง่าย
ColoOS 16 มีการใส่ AI มาหลายส่วนที่ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานดีขึ้น โดยของแบบเบสิคอย่าง Gemini ก็มีมาให้ สามารถใช้งานได้ครบถ้วนทุกฟีเจอร์ของ Gemini ไม่ว่าจะเป็น Gemini Live ไปจนถึง Circle to Search ที่เหมือนมีที่ปรึกษาส่วนตัว อยากรู้อะไรก็ถามได้
และยังมี AI ที่ OPPO พัฒนาขึ้นมาเอง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ AI Writer กับ AI Editor โดยจุดที่ผมชอบมากคือการวิเคราะห์เอกสารและแปลงเป็น Mind map และ Table ซึ่งมันทำให้บริหารจัดการงานเอกสารได้มีระบบมากขึ้น



ส่วน AI Editor ช่วยแก้ไขภาพให้สวยขึ้น เช่น การลบวัตถุส่วนเกิน, การแต่งแสงภาพบุคคล, การเลือกใบหน้าที่ดีที่สุด, การลบแสงสะท้อน เรียกได้ว่าครบถ้วนทุกความต้องการ


แต่ส่วนที่ผมชอบเป็นพิเศษคือการแต่งรูปผ่าน OPPO Note โดยเราสามารถพิมพ์คำสั่งได้เลยว่าต้องการจะให้แต่งภาพออกมาแบบไหน หรือเราจะวาดรูปง่ายๆ ด้วยปลายนิ้วแล้วสั่งให้ AI วาดออกมาสวยๆ ได้เลย

ด้านการโทรก็มี AI ที่ช่วยสรุปและแปละข้อมูลการโทร รวมไปถึงแอปประชุมและคอลต่างๆ เช่น Instagram, Messenger, Meet, Telegram, WeChat, Microsoft Teams, Zoom ก็มี AI VoiceScribe ที่ช่วยถอดข้อความเสียง แล AI Mind Space เป็นสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะมันคือสิ่งที่ผมชอบมาก มันเปรียบเสมือนไดอารี่จดบันทึกข้อมูลสำคัญพร้อมกับวิเคราะห์ให้ คล้ายกับการจดโน้ตที่มี AI ช่วย โดยล่าสุดได้เพิ่ม AI Bill Manager สำหรับช่วยจดบันทึกค่าใช้จ่าย เพียงแค่บันทึกรูปภาพใบเสร็จก็จะมีการแปลงข้อมูลและช่วยจดบันทึกทันที

และยังมี AI Mind Pilot สำหรับเป็นที่ปรึกษา โดยเชื่อมต่อกับ Google Gemini, Perplexity และ DeepSeek เพื่อหาโมเดลที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์ เพื่อให้เราถามเรื่องสิ่งที่อยากรู้ได้ทุกเรื่อง


AI Menu Translation เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะมันไม่ใช่แค่การแปลภาษาในเมนูอาหาร แต่ AI จะช่วยสร้างรูปภาพให้เราเห็นภาพมากขึ้นว่าเมนูนั้นจะมีหน้าตาประมาณไหน มีส่วนผสมหลักคืออะไร รสชาติประมาณไหน และแปลงเป็นเงินไทยเท่ากับกี่บาท และยังเพิ่มความสะดวกเวลาสั่งอาหารด้วยการกดใส่ตะกร้าแล้วยื่นให้พนักงานดูได้เลยว่าเราต้องการเมนูไหนบ้าง แม้รูปอาจไม่ถูกต้องเป๊ะๆ แต่ก็ช่วยได้มาก





การเชื่อมต่อที่เป็นมิตรกับทุกค่าย
สิ่งที่ทำให้ผมเลือกใช้ OPPO ในช่วงหลังเพราะมีการเชื่อมต่อกับค่ายอื่นที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ macOS ก็มี O+ Connect ให้ใช้งาน โดยแอปนี้จะช่วยให้การส่งไฟล์ข้ามไปมาได้สะดวก รวมถึงนำแจ้งเตือนของ OPPO ไปแสดงบนคอมได้ด้วย และที่เป็นจุดเด่นมากๆ เลยก็คือเราสามารถ Remote Desktop เข้าไปควบคุม PC หรือ Mac ของเราได้จาก OPPO Find X9 Ultra ได้เลย เหมาะมากสำหรับคนยุคนี้ โดยเฉพาะคนที่เปิดคอมทิ้งไว้ที่บ้านและต้องการควบคุมง่ายๆ ผ่านมือถือ และยังสามารถทำ FTP เข้าไปโหลดไฟล์ที่อยู่บน PC หรือ Mac ของเราได้ด้วย ซึ่งดีมากๆ เวลาที่เราต้องใช้ไฟล์แบบด่วนๆ แต่ตัวเราไม่ได้อยู่หน้าคอม

นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับ iPhone ได้ในระดับกลืนกิน หลังจากติดตั้ง O+ Connect แล้วเราสามารถใช้ OPPO Find X9 Ultra รับสายและรับแจ้งเตือนรวมถึง SMS จากเครื่อง iPhone ได้เลย นั่นหมายความว่าถ้าใครที่พกมือถือ 2 เครื่อง ก็ใช้ OPPO Find X9 Ultra เป็นเครื่องหลักได้เลย เวลามีคนโทรเข้า iPhone ก็รับสายผ่าน OPPO Find X9 Ultra ได้ทันที และที่สำคัญคือ Quick Share ของรุ่นนี้ได้รับการอัพเดทให้สามารถส่งไฟล์ให้ทั้ง Android และ iOS, iPadOS, macOS ได้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติม
ลื่นพอจะตัดต่อวีดีโอจริงจัง
เรื่องตลกอย่างหนึ่งของ Android คือแม้ว่าจะเป็นระดับ Flagship แต่หลายๆ รุ่นก็ไม่สามารถตัดต่อวีดีโอได้ในระดับที่ผมต้องการ เพราะภาพกับเสียงไม่ตรงกันหากตัดต่ออย่างจริงจัง แต่หลังจากที่ผมทดสอบตัดต่อวีดีโอบน OPPO Find X9 Ultra และ OPPO Find X9s บนแอปยอดนิยมอย่าง CapCut, VLLO, LumaFusion พบว่าการพรีวิวระหว่างตัดต่อให้ภาพตรงกับเสียง สามารถใช้งานได้จริง

RAM expansion การขยายแรมที่หลายคนมองข้าม
สิ่งที่ผมอยากชื่นชมอีกอย่างคือออปโป้ทำการปรับแต่งระบบ ColorOS 16 ให้ทำงานได้ลื่นไหลทุกการใช้งาน ตั้งแต่การเข้าออกสลับแอป ไปจนถึงการถ่ายวีดีโอนานๆ และการตัดต่อวีดีโอ และยังยังมีระบบขยายพื้นที่แรมหรือ RAM expansion ที่หลายคนมองข้ามและมักชักชวนให้ปิดระบบนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันมีประโยชน์มาก ในทุกระบบก็จะมีสิ่งนี้ไม่ว่าจะเป็น Windows, Linux, macOS, iOS, iPadOS
ในความเป็นจริงแล้วการเปิด RAM expansion จะช่วยให้เครื่องเปิดแอปได้จำนวนมากขึ้นโดยไม่ต้อง Kill ทิ้งแบบที่ต้องปิดและเปิดใหม่ทุกครั้ง แต่ที่คนชอบปิดกันเพราะเจอเครื่องที่จัดการระบบไม่ดีครับ ต่างจาก ColorOS 16 ที่มีการจัดการ Priority และ OOM (Out of Memory) Score ที่ดี บวกกับการที่ใช้ UFS 4.1 ที่เร็วมาก ทำให้ใช้งานจริงไม่รู้สึกช้าลง
ในเชิงทฤษฏี RAM expansion จะถูกใช้ต่อเมื่อแรมเต็มและจะนำแอปที่เราเรียกใช้น้อยไปเก็บ ซึ่งดีกว่าการที่จะต้องปิดเปิดใหม่ แอปเหล่านี้จะอยู่ในสถานะ Suspended ที่ถูก Freeze แช่แข็งไว้อยู่แล้ว และก่อนที่จะเอาไปเก็บใน RAM expansion ก็จะมีการบีบอัดด้วย zRAM อยู่แล้วซึ่งมันเป็นฟีเจอร์ที่มาในตัว Android เลย และถ้า zRAM เอาไม่อยู่ มันถึงย้ายไปใน RAM expansion และความเร็วระดับ UFS 4.1 มันไม่ทำให้ช้าลงอย่างที่คิดกันครับ



วิธีใช้งานก็ง่ายมาก เพราะค่าดั้งเดิมเปิดมาให้แล้วที่ 12GB รวมกับแรมแท้ๆ อีก 12GB ทำให้มีพื้นที่ใช้งานจริง 24GB โดยเราสามารถปรับแต่งได้ใน การตั้งค่า -> เกี่ยวกับอุปกรณ์ -> RAM และเลือกได้เลยว่าจะปิดหรือจะเปิดใช้จำนวนเท่าไร
เล่น Instagram ก็ได้ภาพคมชัด
สิ่งที่ทำให้การใช้งานจริงแล้ว iPhone ยังเป็นที่นิยมของคนหมู่มากอยู่ เพราะแม้ว่ากล้องของ Android จะมีดี แต่กลับแพ้ iPhone เมื่อใช้งานผ่านแอปต่างๆ ที่ไม่สามารถเรียกใช้คุณสมบัติกล้องได้อย่างเต็มที่ ทำให้ภาพไม่ชัดเมื่ออัพผ่านแอปต่างๆ

แต่สำหรับ OPPO Find X9 Ultra ได้มีการร่วมมือกับ Instagram ทำให้การถ่ายและอัพรูปบน IG ทำได้คมชัด ซึ่งผมเข้าใจว่า OPPO ก็น่าจะทยอยอัพเดทให้รุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ด้วย เพราะอย่าง OPPO Find N6 ที่ผมใช้อยู่ก็มีแจ้งเตือนอัพเดทวันนี้
โปรโมชั่น
สำหรับคนที่ซื้อ OPPO Find X9 Ultra ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2569 จะได้รับสิทธิพิเศษได้แก่
- E-VIP Card มูลค่า 27,999 บาท ประกอบไปด้วย ประกันหน้าจอแตก จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี และประกันเลนส์กล้องหลัง จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี
- OPPO Find X9 Ultra Quicksand Shimmer Magnetic Case คละสี มูลค่า 1,099 บาท
- Trade Up เก่าแลกใหม่ ลดสูงสุด 22,000 บาท
ส่วนคนที่ซื้อ OPPO Find X9s ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2569 จะได้รับสิทธิพิเศษได้แก่
- E-VIP Card มูลค่ารวม 19,999 บาท ประกอบด้วย ประกันหน้าจอแตก จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี และประกันเลนส์กล้องหลัง จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี
- Trade Up เก่าแลกใหม่ ลดสูงสุด 12,000 บาท
บทสรุป
ต้องยอมรับว่ารอบนี้ออปโป้ทำมาดีมากๆ โดยเฉพาะ OPPO Find X9 Ultra ที่จัดมาสุดจริงๆ และเด่นมากในส่วนของกล้องและ AI สำหรับการใช้งานประจำวัน ส่วน OPPO Find X9s ก็ให้ขนาดที่พกพาได้สะดวกและใช้งานได้ครบเครื่อง เรียกได้ว่าที่จริง OPPO Find X9s ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ถ้าต้องการงานภาพงานวีดีโอสายลึกก็มี OPPO Find X9 Ultra ที่จัดมาให้แบบขั้นสุด








