OPPO ส่ง OPPO Find X10 Series ขึ้นชั้นวางในไทยแล้ว 2 รุ่น ตัวท็อปคือ OPPO Find X10 Pro Max ที่ใส่กล้อง 200MP ครบทั้งสามตัวซึ่งพัฒนาร่วมกับ Hasselblad ส่วน OPPO Find X10 เป็นรุ่นตัวเล็กที่ได้กล้องหลักกับเทเลโฟโต้ 200MP และเป็น Find รุ่นเริ่มต้นตัวแรกที่สวมเลนส์เสริม Hasselblad ได้ ราคาเริ่ม 43,999 บาท วางขายตั้งแต่ 28 ตุลาคม 2569 ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
Find X10 Pro Max กล้อง 200MP ครบทั้งสามระยะ
จุดขายใหญ่ที่สุดของรุ่นท็อปคือเซนเซอร์ 200MP ทั้งอัลตราไวด์ กล้องหลัก และเทเลโฟโต้ ตามหน้าสเปคของ OPPO กล้องหลักใช้รูรับแสง f/1.5 มีกันสั่น OIS อัลตราไวด์ f/2.2 กว้าง 124 องศา และเทเลโฟโต้ซูม 3 เท่า f/2.1 ที่มี OIS เหมือนกัน พอทุกเลนส์ละเอียดเท่ากัน เวลาสลับจากมุมกว้างไปซูมไกล รายละเอียดกับโทนภาพจะไม่ตกฮวบ และภาพมุมกว้างที่มักเป็นจุดอ่อนของมือถือหลายรุ่นก็ครอปต่อได้สบายขึ้น
ข้างในเป็นฮาร์ดแวร์ชุดใหม่หมด OPPO ระบุว่ากล้องหลักใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPC ขนาด 1/1.28 นิ้วที่พัฒนาร่วมกับ Samsung อัลตราไวด์ได้เซนเซอร์ 1/1.56 นิ้วที่รับแสงได้มากกว่ารุ่นก่อนราว 2 เท่า ส่วนเทเลโฟโต้โฟกัสใกล้สุด 10 เซนติเมตร เลยใช้เป็นกล้องเทเลมาโครได้ด้วย ค่าเริ่มต้นของกล้องจะเก็บไฟล์ 26MP ตั้งแต่มุมกว้างไปจนถึงซูม 9.9 เท่า ได้รายละเอียดมากกว่าไฟล์ 12MP ทั่วไปโดยไฟล์ไม่บวมเกินไป และถ้าอยากได้ละเอียดสุดก็สลับไปโหมด Hasselblad Hi-Res เพื่อถ่าย 50MP หรือ 200MP ได้

สายวิดีโอได้ช่วงไดนามิกกว้าง 17 สต็อป เก็บรายละเอียดได้ทั้งท้องฟ้าจ้าและเงามืดในเฟรมเดียว อัด 4K ได้ถึง 120fps รองรับ Dolby Vision และขึ้นไปถึง 8K 30fps ฝั่งกล้องหน้าเป็น 50MP มีออโต้โฟกัส ถ่าย 4K 60fps ได้
งานดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจากกล้องคลาสสิกระดับมืออาชีพ มี 2 สี คือขาว Luna White กับเทา Titanium Grey จอ AMOLED 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2772×1272 รีเฟรชปรับเองได้ 1-120Hz และขึ้นไป 144Hz ในบางเกม สว่างสูงสุด 2,000 นิตในโหมด HBM ตัวเครื่องหนา 8.4 มิลลิเมตร หนักราว 233-235 กรัมตามสี
Find X10 ตัวเล็กสำหรับสายเที่ยว
OPPO Find X10 ใช้จอ 6.59 นิ้ว หนัก 216 กรัม OPPO วางตัวให้เป็นมือถือคู่ใจนักเดินทาง กล้องหลัก 200MP f/1.6 จับคู่กับเทเลโฟโต้ 200MP f/2.6 ส่วนอัลตราไวด์ลดลงมาเป็น 50MP มุม 120 องศา (ดูรายละเอียดเต็มได้ในหน้าสเปค OPPO Find X10) ตัวเครื่องเป็นดีไซน์ไร้ขอบ มี 3 สี คือ Glacier Blue ฟ้าอ่อนมีประกายระยิบ Glow Coral ส้มคอรัลผิวสัมผัสนุ่มแบบกำมะหยี่ และ Mist Grey เทาโทนสว่าง

เลนส์เสริม Hasselblad ดันซูมออปติคัลถึง 10 เท่า
ของเล่นที่สายถ่ายไกลน่าจะชอบที่สุดคือชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad ข้างในมีชิ้นเลนส์แก้ว 13 ชิ้น เป็นแก้ว ED 3 ชิ้นช่วยลดอาการสีเหลื่อมตามขอบวัตถุ และเคลือบผิวแบบ PVD เพื่อลดแสงแฟลร์ เมื่อสวมกับ Find X10 Pro Max เลนส์กำลังขยาย 3.28 เท่าจะทำงานคู่กับเทเลโฟโต้ 3 เท่า ได้ซูมออปติคัล 10 เท่า และดันต่อไป 20 หรือ 40 เท่าได้ ส่วน Find X10 ได้ซูมออปติคัลสูงสุด 11 เท่า และไปต่อได้ถึง 20 เท่า คนที่ชอบถ่ายคอนเสิร์ตจากกลางฮอลล์หรือเก็บวิวไกลระหว่างทางจะได้ประโยชน์เต็มๆ

ชุดเลนส์ขายแยกชุดละ 7,999 บาท แบ่งตามรุ่นและใช้สลับกันไม่ได้ ถ้าเป็นชุดของ Pro Max ต้องเลือกให้ตรงกับสีตัวเครื่องด้วย

สีภาพแบบ Hasselblad กับ LUMO True Image Engine
เบื้องหลังโทนภาพของทั้งสองรุ่นคือ LUMO True Image Engine ระบบประมวลผลภาพรุ่นใหม่ของ OPPO ที่ตั้งใจเก็บสีและบรรยากาศให้ใกล้กับที่ตาเห็นจริง เสริมด้วย LUMO Color Palette ที่มีสไตล์ภาพในตัว 18 แบบ มีโทนใหม่สำหรับถ่ายคนอย่าง Pearl ที่ทำให้ผิวดูสว่างอมเย็น กับ Amber ที่ให้ความอุ่นแบบสีอำพัน และโทนจำลองฟิล์มอย่าง Portra, Positive Film, NC และ CC ให้เลือกตั้งแต่ตอนกดชัตเตอร์ ไม่ต้องไปนั่งแต่งทีหลัง

Dimensity 9600 Pro แบต 8,000mAh และ ColorOS 17
Find X10 Pro Max ใช้ชิป MediaTek Dimensity 9600 Pro ขนาด 2 นาโนเมตร ส่วน Find X10 ใช้ Dimensity 9600M ทั้งคู่มีห้องระบายความร้อน Vapor Chamber แรม LPDDR5X และหน่วยความจำ UFS 4.1 กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66, IP68 และ IP69 พร้อมการรับรองความทนทานต่อการตกระดับ 5 ดาวจาก SGS
แบตเตอรี่ซิลิคอนคาร์บอน 8,000mAh เท่ากันทั้งสองรุ่น ชาร์จสาย 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC ในกล่องมีหัวชาร์จ สาย USB-C และเคสมาให้ครบ
ซอฟต์แวร์เป็น ColorOS 17 ตัวเดียวกับที่เพิ่งเปิดตัวทั่วโลกพร้อม Living Flow และ AI Mind Pilot บน Find X10 Series ตัว AI Mind Pilot รวม Gemini, Perplexity และ ChatGPT ไว้ในที่เดียว แล้วดึงข้อมูลจาก AI Mind Space มาแนะนำในจังหวะที่ใช่ ส่วน AI Photo Agent ช่วยแต่งภาพด้วยคำสั่งภาษาพูดหรือเลียนสไตล์จากภาพอ้างอิงได้ และ AI Call Guard ใช้ AI บนเครื่องตรวจจับสายที่น่าจะเป็นมิจฉาชีพ รวมถึงการปลอมหน้าและเลียนเสียงด้วย AI
ราคาไทยและของแถม
- OPPO Find X10 12GB+256GB ราคา 43,999 บาท
- OPPO Find X10 12GB+512GB ราคา 49,999 บาท
- OPPO Find X10 Pro Max 16GB+512GB ราคา 59,999 บาท
- ชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad ราคา 7,999 บาท
ใครซื้อระหว่าง 28 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ ถ้าเป็น Find X10 Pro Max จะได้ E-VIP Card ซึ่งรวมประกันจอแตก 1 ครั้งภายใน 2 ปี ประกันตัวเครื่อง 2 ปี และประกันแบตเตอรี่ 2 ปี พร้อมกระเป๋า Capture Reality Portable Camera Bag รวมมูลค่า 31,296 บาท ส่วน Find X10 ได้ของชุดเดียวกันรวม 25,296 บาท สิทธิ์ E-VIP Card ต้องกดรับผ่านแอป MY OPPO
ใครมีเครื่องเก่าเอามาเทรดอัปลดเพิ่มได้สูงสุด 10,000 บาท ลูกค้า AIS มีส่วนลดรวมสูงสุด 29,500 บาท และซื้อเลนส์เสริมได้ในราคา 5,999 บาท ฝั่งทรูและดีแทคมีราคาเครื่องพร้อมแพ็กเริ่ม 27,599 บาท และเครื่องเปล่าเริ่ม 34,999 บาท ส่วนช่องทางออนไลน์ของ OPPO มีคูปองลด 3,000 บาท ใช้ OPPO Points ลดได้อีกสูงสุด 5,000 บาท และนักศึกษาที่ยืนยันสถานะลดเพิ่ม 5% ใครถนัดช้อปผ่านแอปก็สั่ง OPPO Find X10 Pro Max ได้ที่ OPPO Official Store บน Shopee
คนที่ซื้อ Find X10 Series ยังได้บริการหลังการขายแบบพรีเมียม มีช่องทางพิเศษที่ศูนย์บริการพร้อมผู้เชี่ยวชาญ Find Master สิทธิ์ซ่อมก่อน ผู้ช่วยส่วนตัวผ่าน LINE สายด่วน Premium Hotline เครื่องสำรองระหว่างส่งซ่อม บริการรับส่งเครื่องถึงบ้านในกรุงเทพฯ และประกันระหว่างประเทศในประเทศที่มี Find X10 Series วางขาย









